แค่พรีเซนต์ตัวเองเป็น ขึ้นชื่อว่าเด็กจบใหม่ คือคนที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน แล้วถ้าเราไม่มีประสบการณ์บริษัทต่าง ๆ ที่เรายื่นสมัครจะเรียกสัมภาษณ์เราได้อย่างไร ? แล้วถ้าคุณไม่ลองให้โอกาสพวกเราได้เข้าไปทดลองงานก่อน เราจะมีประสบการณ์การทำงานได้อย่างไร ? นี่อาจเป็นคำถามในใจของเด็กจบใหม่หลาย ๆ คน แต่ก็ใช่ว่าเด็กจบใหม่ทุกคนจะหางานไม่ได้ เพียงแค่การหางานในบางครั้ง ต้องรอจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม ช่วงเวลาของชีวิตก็มีความเชื่อมโยงกัน แล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้บริษัทต่าง ๆ เหล่านั้น เรียกตัวเด็กใหม่เข้าสัมภาษณ์งาน วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ ให้เด็กจบใหม่ที่ว่างงานมาฝาก กับบทความที่ชื่อว่า เด็กจบใหม่ ได้งานแน่ แค่พรีเซ้นต์ตัวเองเป็น

1. เรซูเม่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

ขั้นตอนแรกของการสมัครงาน คือการทำเรซูเม่ของคุณให้น่าสนใจเพื่อพิชิตใจด่านแรกอย่าง HR เพราะในแต่ละวันคุณจะต้องต่อสู้กับเรซูเม่นับสิบ นับร้อยใบที่ HR ได้รับ คุณเลยต้องทำให้เรซูเม่ของคุณดูโดดเด่นเข้าตา HR มากที่สุด แต่การโดดเด่นที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ไม่ได้หมายถึงเรื่องของความสวยงาม หรือ สีสันจัดจ้านนะคะ แต่เรากำลังหมายถึงข้อมูลต่าง ๆ ของคุณเองที่จำเป็นต้องใส่ให้ครบ ใช้ภาษาที่อ่านง่าย เข้าใจรวดเร็วเพื่อดึงดูดความสนใจจาก HR จะมีอะไรที่จำเป็นต้องใส่บ้างนั้น วันนี้เราได้ลิสต์ย่อย ๆ มาให้เด็กจบใหม่ทุกคนนำไปใช้กันด้วย

  • อันดับแรกเลย คือข้อมูลส่วนตัวในเรซูเม่ จำเป็นมาก ๆ จะต้องใส่รูปถ่ายที่เห็นใบหน้าตรงชัดเจน การแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ข้อมูลประวัติต่าง ๆ ต้องเป็นข้อมูลจริง สามารถติดต่อ ตรวจสอบได้จริง เผื่อวันที่ HR โทรนัดสัมภาษณ์หรือเรียกเข้าทำงานจะได้ไม่มีปัญหา
  • ขั้นตอนที่สอง สำหรับเด็กจบใหม่ ถ้าไม่เคยผ่านการทำงานที่ไหนมาก่อน ให้ใส่ข้อมูลการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่เคยทำ ไม่ว่าจะเป็นงานพาร์ทไทม์ งานฟรีแลนซ์ หรือการฝึกงานในช่วงเรียนก็ได้เช่นเดียวกัน เพราะการได้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้มาจะช่วยเป็นจุดดึงดูด HR ให้สนใจในตัวของคุณได้
  • ขั้นตอนที่สาม เรซูเม่ของคุณนอกจากจะต้องน่าสนใจแล้ว ควรจะเป็นเรซูเม่ที่สั้น กระชับ และเข้าใจง่าย ที่สำคัญเรื่องการสะกดคำต้องตรวจทานให้ถูกต้องอยู่เสมอ เพราะหากผิดแม้แต่คำเดียว คะแนนความน่าเชื่อถือของคุณก็จะลดลง
  • ขั้นตอนที่สี่ หากคุณคิดว่าความสามารถหรือทักษะใดของคุณโดดเด่นเป็นที่น่าพอใจที่สุด ควรระบุไว้ในตำแหน่งให้เป็นที่เรียบร้อย เพราะการระบุทักษะพิเศษจะเป็นการเพิ่มคะแนนให้ตัวคุณเอง
  • ขั้นตอนสุดท้าย เด็กใหม่ไฟแรงอย่างเรา จำเป็นจะต้องบอกจุดมุ่งหมายในการทำงานให้ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กร แสดงให้เห็นศักยภาพของการอย่างเข้ามาทำงานในองค์กรนี้ เชื่อได้ว่าทุกองค์กรก็อยากได้คนเก่ง คนกล้าคิด กล้าทำ มุ่งมั่น ตั้งใจมาร่วมงานด้วยกันทุกที่อยู่แล้ว

2. ตอบคำถามดี ตำแหน่งงานนี้อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

อีกหนึ่งขั้นตอนยากของการสัมภาษณ์งานคือการตอบคำถาม เพราะเด็กจบใหม่หลายคนยังไม่เคยผ่านประสบการณ์การสัมภาษณ์งานมาก่อน ทำให้เมื่อถึงเวลาต้องเข้าสัมภาษณ์ตอบคำถามจริง ๆ สติที่เตรียมไว้ก็อาจจะหลุดล่องลอยไปไกลได้ วันนี้เราเลยได้คัดเลือกคำถามที่ถูกถามบ่อย และคำตอบที่ควรตอบมาฝากเพื่อเป็นแนวทางให้เด็กจบใหม่ได้ไม่มากก็น้อย

คำถามที่ 1 : ลองแนะนำตัวเองให้ฟังแบบน่าสนใจหน่อย
คำถามนี้เรียกได้ว่าเป็นคำถามพื้นฐานที่ HR ทุกคนจะถามผู้สัมภาษณ์ ซึ่งแม้จะเป็นคำถามที่เหมือนการแนะนำตัวเอง แต่คำถามแบบนี้จะวัดความน่าสนใจของผู้สัมภาษณ์ได้ดีทีเดียว คุณควรใช้เวลาตอบเพียง 2 -3 นาที ตอบแบบกระชับ ให้ได้ใจความที่สุด สำหรับเด็กจบใหม่ หากไม่มีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อน ควรเลือกจะแนะนำตัวเอง โดยเล่าถึงกิจกรรมที่ทำระหว่างเรียนมหาลัยให้ HR ฟัง การแสดงถึงเรื่องการทำกิจกรรมจะเป็นจุดเด่นที่ทำให้การแนะนำตัวของคุณน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

คำถามที่ 2 : ไหนลองบอกจุดดี จุดด้อยในตัวของคุณให้ฟังหน่อย
เรียกได้ว่าคำถามนี้เหมือนจะง่ายนะคะ แต่จริง ๆ แอบยากอยู่พอควร เพราะคุณต้องตั้งสติอย่างมากในการตอบคำถามนี้ เนื่องจากเป็นคำถามเชิงจิตวิทยา หากคุณบอกข้อดี ข้อด้วยที่ HR มองว่าไม่เหมาะกับงานก็อาจจะโดนปัดตกได้ง่าย ทางที่ดีควรตอบประมาณว่า หากข้อดีของคุณเป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจ คุณก็พร้อมจะยินดีช่วยงานทุกอย่างขององค์กรถ้างานที่ได้รับหมอบหมายของตัวเองเสร็จแล้ว การตอบแบบนี้จะแสดงให้เห็นว่าคุณเองสามารถช่วยองค์กรได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าจุดด้อยของคุณคือเป็นคนเข้ากับคนอื่นได้ยาก คุณก็ควรบอกว่ายินดีจะพัฒนาตัวเอง ปรับตัวให้เข้ากับคนในองค์กรให้ได้เยอะที่สุด หากพี่ ๆ คนไหนมีสิ่งดี ๆ อะไรแนะนำก็พร้อมจะนำมาปรับปรุงเสมอ เพราะฉะนั้นในทุกคำตอบจะต้องมีเหตุผลไว้คอยรองรับนะคะ เชื่อได้ว่าโอกาสได้งานอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

คำถามที่ 3 : ทำไมคุณถึงอยากทำงานนี้ ตำแหน่งนี้
เป็นอีกคำถามที่ควรต้องตอบแบบมีเหตุผลนะคะ ห้ามตอบกว้าง ๆ เด็ดขาด เพราะจะถูกมองว่าคุณไม่ได้ศึกษาเนื้องานมาอย่างครบถ้วน สิ่งที่ควรทำเบื้องต้นคือ ศึกษาข้อมูลและอ่านรายละเอียดของตำแหน่งงานที่สมัคร พร้อมทำความเข้าใจให้มากที่สุด ที่สำคัญคือไม่ควรโกหก ถ้าหากรู้สึกไม่มั่นใจหรือไม่เคยทำมาก่อนก็ควรแจ้งกับ HR ตรง ๆ และที่สำคัญคุณควรแสดงให้องค์กรเห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานตำแหน่งนี้ด้วยการบอกว่า ตัวคุณเองเด็กรุ่นใหม่ที่เหมือนน้ำไม่เต็มแก้วพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่ยังขาดอยู่เสมอ มีคำแนะนำดี ๆ และความรู้ที่สามารถพัฒนาองค์กรได้ก็ยินดีจะเปิดรับ เพื่อพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่เก่งขึ้นในทุกวัน แค่นี้ก็จะทำให้การพรีเซนต์ของคุณดูน่าสนใจและเป็นที่ต้องตา HR อย่างแน่นอนค่ะ

คำถามที่ 4 : หากคุณได้เข้ามาทำงานแล้ว คุณจะให้อะไรกับองค์กรเราได้บ้าง
คำถามนี้หากใครที่ใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ต้องตั้งสติให้ดีนะคะ เพราะคำถามนี้แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ความสามารถความชำนาญของตัวคุณเอง การตอบของคุณควรตอบอย่างมั่นใจ คำตอบที่คุณตอบไปสามารถบ่งบอกถึงความตั้งใจจริงในการทำงาน และความสามารถของตัวคุณเอง ไม่ว่าวิธีการคิดของคุณที่จะนำมาใช้กับบริษัทได้หรือไม่นั้น แต่ขอให้คุณใช้ประสบการณ์และความรู้ที่เรียนมาตอบออกไปด้วยความจริงใจที่สุด แค่นี้ก็จะทำให้คุณผ่านกับสัมภาษณ์งานอย่างฉลุย

3. แต่งตัวให้เป็น ให้เกียรติสถานที่

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่จำเป็นมากในการสัมภาษณ์งาน คือ เรื่องของการแต่งตัว คุณควรจะเลือกชุดสำหรับไปสัมภาษณ์งานให้เหมาะกับแต่งงานที่คุณสัมภาษณ์ เน้นโทนสีสุภาพ เช่น สีขาว สีฟ้า หรือสีพาสเทลต่าง ๆ เพื่อให้ลุคของคุณดูเรียบร้อย ให้เกียรติสถานที่ ถ้าบริษัทที่คุณต้องการทำงาน ค่อนข้างเป็นรูปแบบธุรกิจ หรืองานเฉพาะทาง คุณควรสวมสูท หรือชุดสูทที่มี Blazer และกางเกงโทนสีเดียวกัน เพื่อเพิ่มความภูมิฐานและความน่าเชื่อถือ แต่หากคุณสมัครตำแหน่งโฆษณา นักออกแบบ นักการตลาด PR และอื่น ๆ คุณจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับภาพลักษณ์ของคุณ การแต่งตัวจึงต้องมีสไตล์กว่าอาชีพอื่น ๆ อาจแมทช์สีสันสดใสไว้ในเครื่องแต่งกายของคุณ และใส่กิมมิกบางอย่างไว้บนชุด ก็ช่วยทำให้ได้ลุคชิก ๆ และคว้างานในฝันมาครองได้สำเร็จ

4. จำไว้เสมอ การตรงต่อเวลาสำคัญมาก

เมื่อคุณต้องไปสัมภาษณ์งาน อีกเรื่องที่ควรตระหนักไว้อยู่เสมอคือ การตรงต่อเวลา เพราะจะแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของคุณ แต่จะดีกว่าถ้าวันที่มีนัดสัมภาษณ์งาน คุณไปถึงก่อนเวลาสักครึ่งชั่วโมง เพราะนอกจากจะทำให้เราดูเป็นคนมีความรับผิดชอบและตรงต่อเวลาแล้ว คุณยังมีเวลาที่จะได้สำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอีกด้วย แต่ถ้าหากวันที่คุณมีนัดให้ไปสัมภาษณ์แล้วเกิดเหตุฉุกเฉินที่คุณจะต้องไปสายหรือไม่ได้ไปแล้ว คุณจำเป็นจะต้องโทรแจ้งเพื่อบอกเหตุผลกับ HR นะคะ ห้ามหนีหายไปเงียบ ๆ เพราะไม่เช่นนั้นตัวคุณเองจะเสียประวัติ และการสัมภาษณ์งานของคุณก็จะไม่สำเร็จ บอกลาตำแหน่งงานที่คุณอยากจะทำชัวร์ ๆ

ยังไงก็ลองนำไปทำตามกันดูนะคะ การจะได้ทำงานหรือไม่ได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวคุณเองด้วย หากคุณมั่นใจและพร้อมที่จะสู้กับงาน คุณก็จะมีโอกาสมากกว่าคนอื่น เตรียมตัวให้พร้อมแล้วลุยสนามสัมภาษณ์กันอย่างเต็มที่นะคะ ขอให้โชคดีในการสัมภาษณ์งานกันทุกคนค่า