คำถามวัยเด็กที่ใครทุกคนก็เคยพบเจอ คือคำถาม โตขึ้นอยากเป็นอะไร ? และเชื่อได้เลยค่ะว่าในวัยเด็กตอนนั้น ใครบางคนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ อาจจะมีความคิดแว๊ปเข้ามาในหัวว่า หนูอยากเป็นหมออยู่บ้างใช่ไหมละคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วการถูกถามด้วยคำถามที่ว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร ? อาชีพหมอจะกลายเป็นอาชีพเบสิคที่สุดในการตอบคำถามนี้ อาจเพราะค่านิยมจากคนในครอบครัวและคนในสังคมไทย ยกย่องเชิดชูอาชีพหมอเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ได้ช่วยเหลือคน ทำให้อาชีพหมอได้กลายเป็นอาชีพในฝันของเด็กไม่มากก็น้อย แต่การจะได้ก้าวผ่านการเป็นหมอที่เก่ง จะต้องผ่านด่านอะไรกันบ้าง แล้วต้องเรียนอะไร มหาลัยไหน วันนี้เรามีคำตอบมาฝากสำหรับคนที่มุ่งมั่นตั้งใจอยากเป็นหมอ กับ บทความที่ว่า เปิดตำรา “หมอ” เส้นทางอาชีพแห่งชีวิต

เปิดตำราที่ 1 รู้จักกับคำว่า “หมอ”

หมอ หรือ แพทย์ อาชีพนี้ คือผู้ให้บริการด้านการรักษาสุขภาพร่างกาย รวมไปถึงจิตใจในด้านต่าง ๆ โดยแพทย์ ในยุคปัจจุบันแบ่งออกได้หลายสาขา ตามสาขาเฉพาะทาง เช่น โรคผิวหนัง อายุรกรรม ศัลยกรรม โรคกระดูก โรคหู คอ โรคต่อมไร้ท้อ โรคระบบประสาท แพทย์ผ่าตัด แพทย์ทั่วไป เป็นต้น โดยสาขาเฉพาะทางเหล่านี้ในแต่ละปีจะเรียนอะไรบ้างนั้น ไปเปิดตำราฉบับที่ 2 กันค่ะ

เปิดตำราที่ 2 เป็นหมอ ต้องเรียนอะไรบ้างนะ ?

ปีแรกเริ่ม

เรียกได้ว่าการเข้าเรียนในปีแรก กลับกลายเป็นปีที่สบายที่สุด เพราะการเริ่มต้นเรียนแพทย์ในชั้นปีที่ 1 จะมีความคล้ายคลึงกับเนื้อหาในระดับมัธยมปลาย เน้น ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ บวกกับเนื้อหาที่ค่อนข้างลึกมากกว่า หากใครที่อยากจะทำกิจกรรมเยอะเพื่อเสริมการเข้าสังคม หรือสร้างการกล้าแสดงออกของตัวเอง แนะนำให้เริ่มทำตั้งแต่ปี 1 เลยนะคะ จะได้ไม่หนักในปีต่อ ๆ ไป

ปี 3 – ปี 6

นักเรียนแพทย์จะเริ่มเข้าสู่การเรียนในโรงพยาบาล ได้ลงมือฝึกปฏิบัติกันจริง ๆ เช่น ได้เรียน anatomy เรียนกับอาจารย์ใหญ่ เรียนเกี่ยวกับสาขาเฉพาะทาง ซึ่งการเรียน 4 ปีหลังนี้ เราเรียกว่าการเรียนแบบ ” Clinic ”

เปิดตำราที่ 3 เรียนจบแล้วจะไปไหนต่อดีนะ ?

เมื่อเข้าสู่การเรียนถึงชั้นปีที่ 6 ก็จะต้องจับฉลากเพื่อเลือกโรงพยาบาลสังกัดที่จะต้องไปทำงาน ซึ่งโดยปกติจะเรียกหมอจบใหม่เหล่านี้ว่า “แพทย์ทั่วไป” (General Practitioner) นั่นเอง หวังว่าน้อง ๆ ที่อยากเรียนหมอจะไม่ล้มเลิกความตั้งใจกันนะคะ หากไม่มีอุปสรรค ก็จะไม่รู้จักเส้นทางที่รื่นรมย์ หากไม่รู้จักเหนื่อยก็จะไม่เข้าใจคำว่าสบายเป็นอย่างไร ทุกอย่าง มีสุข มีทุกข์ มีดีมีร้าย ขอให้น้อง ๆ ที่อยากเรียนหมอสมหวังกันทุกคน

เปิดตำราที่ 4 รู้จักบุคลิกภาพของตัวเอง ก่อนการเป็นหมอ

  • น้อง ๆ จะต้องเรียนจบในสายวิทย์-คณิตเท่านั้น
  • น้อง ๆ จะต้องมีความรู้พื้นฐาน เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์
  • น้อง ๆ จะต้องมีความเสียสละเรื่องเวลา พร้อมสแตนบายคนไข้ได้ตลอดทุกเวลา
  • น้อง ๆ จะต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง และมีความอดทนเป็นที่สุด
  • น้อง ๆ จะต้องมีความเมตตา เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ชอบช่วยเหลือผู้อื่น
  • ที่สำคัญที่สุด น้อง ๆ จะต้องยอมรับสภาวะการนอนดึกได้ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

เปิดตำราที่ 5 เช็กลิสต์ 21 สถาบันเปิดสอนคณะแพทยศาสตร์

  • คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
  • คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
  • คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
  • คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  • สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  • วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  • คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
  • คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
  • คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
  • สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
  • วิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
  • คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม

เปิดตำราที่ 6 ผลตอบแทนของอาชีพแห่งชีวิต

เรียกได้ว่า อาชีพหมอ เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่มีค่าตอบแทนสูง เริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 30,000 – 40,000 บาท ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลที่เลือก อาชีพหมอสามารถประกอบธุรกิจส่วนตัว รายได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวเอง นอกจากได้ผลตอบแทนในรูปแบบของเงินเดือนแล้ว ภาครัฐวิสาหกิจและเอกชนอาจได้รับผลตอบแทนในรูปอื่น เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินสะสม เงินช่วยเหลือสวัสดิการในรูปต่าง ๆ รวมไปถึงเงินโบนัสอีกด้วย

หมอ อาชีพในฝันของเด็กหลาย ๆ คน อาชีพที่ต้องเจอกับการเรียนอันแสนโหด แต่ผลตอบแทนของการตั้งใจเรียนหมอ 6 ปีแบบนี้ จะสามารถช่วยเหลือชีวิตของมนุษย์อีกหลาย ๆ คนบนโลกใบนี้ หากน้อง ๆ คนไหนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจจริงที่จะยอมเสียสละตัวเองเพื่อช่วยเหลือคนอื่น ขอให้น้อง ๆ เข้มแข็ง และก้าวผ่านกับอุปสรรคแห่งการเรียนนี้ไปให้ได้ เพื่อเติบโตเป็นหมอที่มีคุณภาพในอนาคตกันนะคะ พี่เป็นกำลังใจให้หมอมือใหม่ทุกคน