ออกจากคอมฟอร์ทโซน ไม่ต้องลาออก เพราะเราคิดว่าเราชอบงานนี้แล้ว เหมาะสมกับงานที่ทำอยู่หรือ เรียกว่า คอมฟอร์ทโซน คือ พื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง พื้นที่ที่อยู่แล้วสบายใจ พื้นที่เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มนุษย์เงินเดือนไม่กล้าเปลี่ยนงานใหม่ แต่รู้ไหมคะว่าการที่มัวแต่อยู่ใน คอมฟอร์ทโซน อาจทำให้เราเกิดความประมาท ไม่กระตือรือร้น ไม่พร้อมจะเรียนรู้หาสิ่งใหม่ ๆ ให้ตัวเอง และพฤติกรรมเหล่านี้จึงเป็นสาเหตุให้เรากลายเป็นคนเฉื่อยชา และเบื่องานประจำไปในที่สุด แต่ที่คนส่วนใหญ่ยังเลือกอยู่แต่ในพื้นที่ปลอดภัย เพราะมองเห็นว่า ความรู้สึกหลังจากได้รับเงินเดือนและมีเงินใช้พร้อมสวัสดิการต่าง ๆ มันคุ้ม มันดีมากพอแล้ว จึงคิดว่าทำไมเราจำเป็นต้องออกจากคอมฟอร์ทโซนด้วย ? วันนี้เราเลยขอแนะนำทริก 8 สิ่งต้องทำ เพื่อออกจากคอมฟอร์ทโซนโดยที่ไม่ต้องลาออก มาฝากกัน

11. เรียนรู้ภาษาเพิ่มเติม เพิ่มความสามารถให้ตัวเอง

นอกจากเราจะมีภาษาไทยไว้ใช้สื่อสารกันในปัจจุบันแล้ว การได้ภาษาที่ 2 อย่างภาษาอังกฤษจะยิ่งได้เปรียบกว่าหลายเท่า แต่ที่ได้เปรียบที่สุดเห็นจะต้องเป็นภาษาที่ 3 แล้วแต่ความถนัด ความสามารถของแต่ละคน เพราะการได้ภาษาเยอะ ๆ จะทำให้เรากลายเป็นคนที่รู้จักเรียนรู้พัฒนาตนเอง อนาคตข้างหน้าธุรกิจอาจต้องใช้ภาษาอื่น ๆ อีกมากมาย การเรียนภาษาใหม่ ๆ เป็นการออกจากคอมฟอร์ทโซนที่เสี่ยงน้อยที่สุด เพราะเป็นการเรียนรู้ที่ส่งผลดีต่อชีวิตคุณโดยตรง และไม่ส่งผลกระทบต่องานประจำเลยด้วย นอกจากนี้การเรียนรู้ภาษาใหม่ ๆ นอกเหนือจากจะช่วยพัฒนาเรื่องหน้าที่การงานแล้ว ยังช่วยให้คุณเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ได้อีกมากมาย คุณอาจจะได้เพื่อนใหม่ ๆ จากในคลาสเรียนภาษา หรือการพูดคุย หาเพื่อนต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาที่คุณกำลังเรียน จะยิ่งช่วยให้คุณได้เรียนรู้ภาษาดังกล่าวได้ไวมากขึ้น ได้เปิดโลก มีคอนเนกชั่นต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้นใครที่กำลังอยู่ใน คอมฟอร์ทโซน แบบสบายใจ ลองเปิดหาที่เรียนภาษาเพิ่มเติมดูนะคะ อย่างน้อยก็รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหามไว้ดีกว่า

22. หาวิธีการทำงานใหม่ ให้ไม่น่าเบื่อ

วิธีใหม่ ๆ ในการทำงานมีมากมายให้ลองได้ทำ ถึงแม้ว่าวิธีที่คุณใช้ในการทำงานจะมีประสิทธิภาพดีอยู่แล้ว แต่ในปัจจุบันมีเครื่องมือ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถช่วยให้งานของคุณเสร็จเร็วขึ้น ลองศึกษาค้นคว้าและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีตามสมัย นอกจากจะทำให้ไม่เบื่อกับการทำงานซ้ำ ๆ ยังเป็นการพัฒนาตนเองด้วยการหาความรู้ใหม่ ๆ อีกด้วย การได้ลองทำงานด้วยวิธีใหม่เหล่านี้อาจส่งผลให้ผลงานออกมาดี เสร็จรวดเร็วทันใจ หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า มั่นคง เงินเดือนอัพขึ้นรัว ๆ แถมได้โบนัสดีเยี่ยมอีกด้วยใครจะไปรู้ เพราะฉะนั้น อย่ามัวแต่อยู่ใน คอมฟอร์ทโซน ของตัวเองกันเกินไปนะคะ ลองเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ บ้าง ไม่แน่ผลดีอาจจะเยอะกว่านะขอบอก

33. เพิ่มคุณค่าด้วยการหางานพิเศษทำ

ทำงานแบบเดิม ๆ นาน ๆ ก็อาจทำให้เบื่อ ลองออกจาก คอมฟอร์ทโซน ของตัวเองและมองหางานพิเศษทำกันดูไหมคะ งานที่ใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน หรือวันหยุดเสาร์อาทิตย์ทำเพื่อไม่ให้เวลาสูญไปอย่างเปล่าประโยชน์ งานพิเศษที่ทำด้วยจุดประสงค์หลักไม่ใช่เพื่อหาเงิน แต่ให้ทำเพราะความชอบ เพราะนอกจากจะช่วยผ่อนคลายความเครียดจากงานประจำแล้ว ยังเป็นการซ้อมมือไว้ก่อนเผื่อว่าวันหนึ่งเมื่อคุณลาออกจริง ๆ ก็มีงานพิเศษที่รองรับคุณอยู่ โอกาสดี ๆ แบบนี้ มีก็คว้ากันไว้ก่อนนะคะ เพราะเราไม่มีวันรู้เลยว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร งานที่เราทำจะดีมากน้อยแค่ไหน การมีงานพิเศษรองรับไว้ อาจส่งผลดีในอนาคตของคุณไม่มากก็น้อยเลยละค่ะ ว่าแล้วก็หางานพิเศษทำแปบ

44. มีวันลาพักร้อนเท่าไหร่ ใช้ไปให้คุ้ม

เปิดปฏิทินดูวันลาพักร้อนของคุณกันเถอะ หากเบื่อ ๆ งานที่ทำอยู่ตอนนี้ ในหัวมีแต่คำว่าลาออก แต่ใจก็ยังไม่กล้าออกจากพื้นที่สบายใจ ถ้าอย่างนั้นลองเปลี่ยนวิธีใหม่ ไปเที่ยวพักร้อนให้สบายใจและกลับมาลุยงานอย่างเต็มที่ เพราะการไปเที่ยวในที่ที่ไม่เคยไป คุณจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ พร้อมมุมมองที่เปลี่ยนไปจากเดิม หรือเรียกว่าช่วยให้คุณเติบโตขึ้น เติมพลังให้กับชีวิตคุณอีกครั้ง อีกทั้งการไปเที่ยวครั้งนี้อาจทำให้คุณมีแรงจะทำงานมากยิ่งขึ้นไปอีก แถมกลับมาทำงานอย่างสดใสอีกด้วย เพราะฉะนั้นอย่ามัวกังวลกับการเก็บวันลาไว้ใช้ในยามจำเป็น มีวันลาเท่าไหร่ ก็ใช้สิทธิ์กันซะนะ ให้เวลากับตัวเองเพื่อผลตอบแทนในระยะยาวกันนะจ๊ะ

55. เปิดใจ คุยกับคนที่ไม่เคยคุย สร้างคอนเน็กชั่นให้ตัวเอง

การมีคอนเน็กชั่นเยอะ ๆ ไว้เป็นสิ่งที่ดีนะคะ เพราะโอกาสในอนาคตอาจจะมาจากคนเหล่านี้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยกล้าเข้าสังคม ลองเปิดใจให้กับคนอื่นรอบข้างดูนะคะ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทำความรู้จักกับคนที่คุณไม่เคยคิดจะคุยด้วยเลยในบริษัท เพราะการคุยกับคนเหล่านี้ นอกจากคุณจะได้เพื่อนเพิ่มมากขึ้น คุณอาจจะได้มุมมองใหม่ ๆ ทัศนคติดี ๆ ในการทำงาน พร้อมคอนเน็กชั่นที่กว้างขวางขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่าได้ประโยชน์ทั้งขาขึ้น ขาล่อง ไม่ลองไม่รู้นะคะ

66. ตั้งเป้าในชีวิตให้กับตัวเอง

เชื่อว่าหลาย ๆ คนย่อมมีเป้าหมายในชีวิตกันอย่างแน่นอน แต่สุดท้ายแล้ว การตั้งเป้าหมายก็เพื่อตอบโจทย์ให้ตัวเองทำตามสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จ เมื่อกำหนดเป้าหมายและวางแผนเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มลงมือปฏิบัติได้เลย จงมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเททำให้เต็มที่ หมั่นทบทวนเป้าหมายของคุณอยู่สม่ำเสมอ อย่าไปกลัวกับอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น เพราะอุปสรรคเป็นบททดสอบที่เปรียบเหมือนบันไดให้เราก้าวข้ามไปสู่ความสำเร็จ หากคิดและแก้ไขปัญหาได้ ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เพราะฉะนั้นการได้ตั้งเป้าหมายในชีวิตให้กับตัวเอง จะไม่ทำให้วันหนึ่งของคุณผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ ออกมาจาก คอมฟอร์ทโซน และลองเริ่มตั้งเป้าหมายในชีวิตกันดูนะคะ

77. กล้าคิด กล้านำเสนอ

เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนเป็น เมื่ออยู่ในห้องประชุม จะเป็นแค่ผู้ฟังที่ดี แต่หากจะลองให้โอกาสตัวเองได้ทำในสิ่งที่ท้าทาย เพื่อออกจาก คอมฟอร์ทโซน อันแสนสบายใจ ต้องลองเปลี่ยนตัวเองในที่ประชุมจากการนั่งฟังอย่างเดียว เพราะไม่กล้าโต้เถียงกับใคร เป็นการนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีใครทำ กล้าพูด กล้าถามมากขึ้น ซึ่งถึงแม้ว่างานของคุณที่นำเสนอ อาจไม่ได้ประสบผลสำเร็จ แต่อย่างน้อยไอเดียเหล่านั้นจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาโครงการต่อ ๆ ไปได้ อีกทั้งผู้ใหญ่จะเห็นว่าคุณมีความกระตือรือร้นในการพัฒนาสิ่งที่ดีเพื่อองค์กรอยู่ตลอดเวลาซึ่งเป็นผลดีต่อตัวคุณเองด้วย ลองดูนะคะ โอกาสในการเติบโต เริ่มง่าย ๆ จากตัวของคุณเอง

จะเห็นได้ว่า การออกจาก คอมฟอร์ทโซน นั้น ไม่ได้มีเพียงแค่การออกจากงานประจำแต่เพียงอย่างเดียว การออกจาก คอมฟอร์ทโซน สามารถทำได้หลายรูปแบบ ขอเพียงแค่มองหาสิ่งใหม่ ๆ ให้โอกาสตัวเองได้เจอผู้คนอย่างหลากหลาย พยายามอย่าทำอะไรซ้ำจำเจ เพราะการทำอะไรแบบเดิม ๆ จะทำให้คุณไม่แอคทีพและกลายเป็นคนที่หยุดพัฒนาไปในที่สุด ถ้าไม่อยากเป็นคนประเภทนี้ ลองทำตามทริก 7 ข้อที่เราแนะนำ เพียงเท่านี้จะช่วยให้คุณสามารถออกจาก คอมฟอร์ทโซน ได้ไม่ยากแล้วละค่ะ