นักการทูต อีกหนึ่งอาชีพในฝันของเด็ก ๆ หลายคน ด้วยลุคสุดเนี้ยบ บุคลิกท่าทางที่ดูเท่ โดดเด่น ภาษาอังกฤษและภาษาที่สามเป๊ะ เดินทางไปต่างประเทศบ่อย บ้างก็ต้องไปทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ เรียกได้ว่าได้ทำงานแบบผจญภัยในต่างแดน ซึ่งน่าสนุกและท้าทายอยู่ไม่น้อย จึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก ที่นักการทูตมักเป็นคำตอบของเด็กหลายคนเมื่อถามถึงอาชีพในฝัน แต่ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้เกี่ยวกับอาชีพนี้ รู้จักแค่ผิวเผินตามที่ได้เล่ามาด้านบนและอาจจะเข้าใจว่า นักการทูต เป็นอาชีพที่ต้องใช้ภาษา ใช้การเจรา เชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศต่าง ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นแค่หน้าที่ส่วนเล็ก ๆ ที่นักการทูตทำ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับอาชีพนี้กัน ว่า นักการทูต เค้ามีหน้าที่ทำอะไรกันบ้าง

นักการทูต เป็นใคร

นักการทูต ข้าราชการในหน่วยงานของ กระทรวงการต่างประเทศ มีบทบาทคือเป็นตัวแทนดูแลส่งเสริมผลประโยชน์ให้กับประเทศไทยในสนามต่างประเทศ ตั้งแต่ภาพลักษณ์สังคมความเป็นอยู่ของประเทศ ไปจนถึงเป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ นักการทูต จะต้องทำหน้าที่รับข้อมูลภายนอกประเทศที่อาจจะส่งผลกระทบหรือเป็นผลประโยชน์จากต่างประเทศ นำมารายงานให้กับรัฐบาลไทย เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นการเสนอมาตราการเพื่อช่วยแก้ไข แนะนำแนวทางให้รัฐบาลเพื่อรับมือและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เมื่อรายงานเรียบร้อยแล้ว เมื่อรัฐบาลออกนโยบายเพื่อแก้ปัญหาแล้ว ขั้นตอนต่อจากนี้จะเป็นอีกหนึ่งหน้าที่สำคัญของ นักการทูต คือจะต้องถ่ายทอด นำเสนอ ชักจูง นโยบาลของรัฐบาลประเทศเราให้แก่รัฐบาลประเทศที่ประจำอยู่ โดยจะต้องมีวิธีโน้มน้าวที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งกับประเทศของเราและประเทศที่เราไปประจำการอยู่ เรียกได้ว่า นักการทูตมีหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างประเทศ เป็นผู้เจรจาประสานงานนโยบายและเศรษฐกิจ เป็นผู้รับสาร นำเสนอสารต่อรัฐบาลในประเทศและใช้วาทศิลป์และความสามารถในการคิด วางแผน ชักจูงและโน้มน้าวให้อีกประเทศประเทศ เห็นด้วยตามข้อเสนอของรัฐบาลเรา เป็นเสมือนผู้แทนเจรจาและปกป้องผลกระโยชน์ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศเป็นตัวตั้ง จะเห็นได้ว่า นักการทูต เป็นตัวกลางที่สำคัญที่เริ่มและจบการเจราเรื่องราวต่าง ๆ ระหว่างประเทศ เรียกว่าเป็นตัวแทนความสัมพันธ์ความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างประเทศก็ว่าได้

นักการทูต ไปได้ไกลแค่ไหน

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า การจะทำงานทูตได้นั้น นอกจากจะเข้ารับราชการแล้ว จะต้องผ่านงานในกระทรวงมาก่อนตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อฝึกประสบการณ์และเรียนรู้พื้นฐานของกระทรวง จากนั้นจะได้รับการพิจารณคัดเลือกให้ไปผจญภัยประจำสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในต่างแดน โอกาสและความก้าวหน้าขึ้นอยู่กับความสามารถและประสบการณ์ โดยเริ่มต้นที่ตำแหน่งนักการทูตแล้วปฎิบัติการ และสามารถ เพิ่มความก้าวหน้าไปได้อีกหลายระดับ ดังนี้

  • นักการทูตปฏิบัติการ
  • นักการทูตชำนาญการ
  • นักการทูตชำนาญการพิเศษ (อัครราชทูตที่ปรึกษา)
  • นักบริหารการทูตระดับต้น(อัครราชทูต) ไปจนถึงตำแหน่งสูงสุดอย่าง
  • นักบริหารการทูตระดับสูง (เอกอัครราชทูต)

นอกจากนี้ยังสามารถทำงานได้หลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กองทัพบกและกองทัพอากาศ เป็นต้น

เปิดประวัติ นักการทูต

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันประเทศไทยมีนักการทูตมากฝีมือมาแล้วมากมาย แน่นอนว่าอาชีพนักการทูตเรียกได้ว่าเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างประเทศ วันนี้เราจะพานั่งไทม์แมชชีนย้อนดอตีตไปทำความรู้จักกับนักการทูตคนสำคัญของประเทศไทยกัน เริ่มกันที่ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช นอกจากการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ของประเทศไทยแล้ว ท่านยังเป็นอดีตเอกอัครราชทูตไทย ประจำสหรัฐอเมริกา ในช่วงปีพ.ศ. 2484 เคยตั้งจัดตั้งขบวนการเสรีไทยขึ้นเพื่อต่อต้านญี่ปุ่นอย่างลับ ๆ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีผลงานที่สำคัญคือการเจรจากับฝ่ายสัมพันธมิตร จนทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากการเป็นเมืองในอาณัติของประเทศอังกฤษได้

มาต่อกันที่ หม่อมหลวงปีกทิพย์ มาลากุล อดีตเอกอัคราชทูตไทย ประจำกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ดำรงตำแหน่งระหว่างปี พ.ศ. 2501-2505 โดยเส้นทางการเป็นนัการทูต เริ่นต้นขึ้นโดยเท่านป็นนักการทูตไทยคนแรกในประเทศพม่า ภายหลังได้เลื่อนเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศพม่า หลังจากพม่าได้รับเอกราช แล้วจึงย้ายไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

อีกหนี่งคนสำคัญที่นำมาฝากกันในวันนี้คือ คุณนิตย์ พิบูลสงคราม อดีตเอกอัครราชทูตประจำกระทรวง อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ ต่อมาในปี พ.ศ. 2530 ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทยประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ปี พ.ศ. 2538 ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา

มาถึงคนสุดท้ายของวันนี้ คุณนงนุช เพชรรัตน์ อดีตเอกอัครราชทูตหญิงประจำกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี อีกหนึ่งสาวเก่ง ที่ดำรงตำแหน่งเอกอัคราชทูตในช่วงปี พ.ศ 2555–2559 ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งถือว่าเป็นตัวแทนเจรจาและปกป้องผลกระโยชน์ที่ดีของประเทศมาโดยตลอด ทั้งทางด้านการศึกษาต่อ การเมือง เศรษฐกิจ รวมถึงกากระชับความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่าง 2 ประเทศ

จะเห็นได้ว่า นักการทูต เป็นอีกหนึ่งอาชีพทางสายข้าราชการที่น่าสนใจ ท้าทาย และมีเส้นทางเติบโตที่ชัดเจน สวัสดิการครบ คุ้มค่ากับการทำงาน และการได้ไปอยู่ประจำต่างประเทศยังถือเป็นการได้ผจญภัยในต่างแดนได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ถือว่าเป็นตัวแทนของประเทศเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมอันดีงามของประเทศ และยังได้มีส่วนร่วมช่วยดูแลผลประโยชร์ของประเทศ หากใครที่กำลังลังเล ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ ลองรับาชีพ นักการทูต ไปพิจารณาดูก็ไม่เสียหาย และสำหรับใครที่มุ่งมั่นตั้งใจ ใฝ่ฝันอยากทำอาชีพ นักการทูต ก็ขอตั้งใจให้เต็มที่ต่อไป