ข้าราชการไทย กับโลกที่ยังหมุนไป ข้าราชการไทยไม่เหมือนเดิม เพราะไม่ใช่แค่ “รับราชการสิ…มั่นคง สวัสดิการดี พ่อแม่สบาย” “อ่านหนังสือเยอะ ๆ เรียนให้เก่ง ๆ แล้วไปสอบข้าราชการนะ” และ อื่น ๆ อีกมากมาย

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินประโยคด้านบน คำพูดอาจจะไม่เหมือนกันซะทีเดียว แต่แน่นอนว่าใจความไปในทิศทางเดียวกัน จะเรียกว่าอะไรดีล่ะ ประโยคเชิญชวน กดดัน บังคับ แนะนำหรือคาดหวัง ก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก เอาเป็นว่าใจความคืออยากให้ลูกหลานมีอาชีพรับราชการ ด้วยเพราะความมั่นคงทางสายอาชีพ ความมีเกียรติ สวัสดิการและเหตุผลต่าง ๆ นานา ซึ่งชุดความคิดแบบนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณและยังคงหลงเหลืออยู่ไม่ใช่น้อยในปัจจุบัน ด้วยประโยชน์และข้อดีต่าง ๆ มากมาย จึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก หากพ่อแม่ ครอบครัว อยากให้ลูกหลานรับราชการ และอีกหนึ่งเหตุผลที่ผู้ใหญ่แนะนำอาชีพรับราชการให้ลูกหลานนั่นก็เพราะหลายท่านผ่านประสบการณ์มามากกว่าเด็ก เคยผ่านการรับรู้ข้อดีต่าง ๆ ของการรับราชการมาแล้ว แต่การรับราชการในสมัยก่อนและสมัยนี้ยังเหมือนกันอยู่มั้ยนะ วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

ก่อนอื่นขอเริ่มที่การนำเสนอข้อมูลของข้าราชการในอดีตกันก่อน หากพูดถึงข้าราชการในอดีต ขอยกตัวอย่างย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยที่ไทยเริ่มมีระบบข้าราชการ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ดังนี้

ระบบราชการสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

รูปแบบการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2325 – 2430) เป็นลักษณะการปกครองที่ยังไม่มีการแบ่งอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน เกิดปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน ขาดหน่วยงานเข้ามาดูแลกิจการหลายอย่าง ระบบการทำงานล่าช้า ต่อมารัชกาลที่ 5 ทรงปฏิรูประบบราชารเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทรงต้องการให้ประเทศเป็นหนึ่งเดียวมีลักษณะเป็นรัฐเดี่ยว เพื่อสะดวกต่อการดูแลมากขึ้น และทรงต้องการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง จึงได้เสริมสร้าง กระทรวงพระคลัง กระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุทธนาธิการ กระทรวงธรรมการ กระทรวงโยธาธิการ และกระทรวงมุรธาธิการ แต่ตอนหลังได้ลดฐานะกระทรวงยุทธาธิการลง เป็นกรมในสังกัดกระทรวงกลาโหม ดังนั้นจึงทำให้ในรัชสมัยของพระองค์มีหน่วยราชการ 11 กระทรวง และได้เริ่มส่งพระบรมวงศานุวงศ์ ขุนนาง และนักเรียนทุนหลวง ไปศึกษาดูงานประเทศตะวันตกเป็นจำนวนมาก ทำให้ถึงแม้ว่าระบบราชการจะยังไม่สมบูรณ์มากนักในตอนนั้น แต่เริ่มมีสภาพเป็นระบบอย่างประเทศตะวันตกที่ยึดหลักการและระเบียบปฏิบัติมากกว่าตัวบุคคล เรียกได้ว่ามี ประสิทธิภาพ มีระเบียบมากกว่าเดิมหลายเท่านัก  นอกจากนี้รัชกาลที่ 5 ยังทรงปฏิรูปการบริหารราชการในส่วนภูมิภาคอีกด้วย โดยทรงจัดรูปแบบการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาล ครอบคลุมทั้งราชอาณาจักร มีการยุบหัวเมืองประเทศราชและหัวเมืองทั้งหลายเข้ามาเป็นราชอาณาจักรเดียวกัน เพื่อรวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางการปกครองในราชธานี ปรับปรุงการบริหารโดยส่งเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางไปบังคับบัญชาตลอดจนยกเลิกระบบที่ให้หัวเมืองขึ้นกับกระทรวงต่าง ๆ โดยเปลี่ยนมาขึ้นกับระทรวงมหาดไทยเพียงกระทรวงเดียวเท่านั้น

อีกหนึ่งช่วงที่สำคัญคือ ในรัชสมัยที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงวางรากฐานไว้กับระบบราชการไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนขึ้นเป็นครั้งแรก มีระเบียบปฏิบัติ ตั้งแต่การสอบคัดเลือก การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การลงโทษ ไปจนถึงการปลดออก เหมือนกันทุกกระทรวง ให้ข้าราชการพลเรือนรับราชการเป็นอาชีพได้รับเงินเดือน เรียกได้ว่าเริ่มมีระเบียบที่ยิ่งชัดเจนมากขึ้น แม้ว่าจะยังมีระบบเส้นสายอยู่บ้างก็ตาม และเริ่มเปลี่ยนแปลงมาเรื่อย ๆ ตามยุคสมัย เช่น การประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ.2476 แบ่งระบบการบริหารออกเป็น 3 ส่วน คือ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น จะเห็นได้ว่าระบบราชการไทย ปรับปรุงโครงสร้างระบบราชการบริหารของประเทศอยู่เรื่อยมา โดยแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียด เพื่อกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการต่าง ๆ ให้ชัดเจนเพื่อรองรับโครงสร้างการบริหาร และลดการปฏิบัติงานซ้ำซ้อนกันระหว่างหน่วยราชการ

หลังจากได้รู้ข้อมูลของข้าราชการในอดีตกันมาแล้ว เราตามมาดูข้าราชการในปัจจุบันกันบ้างดีกว่าว่ามีโครงสร้างแบบไหนกันบ้าง

ประเภทข้าราชการไทยในปัจจุบัน

สิ่งแรกที่ต้องรู้คือการจะประกอบอาชีพรับราชการต้องผ่านการสอบเข้าตามขั้นตอนต่าง ๆ ของแต่ละกระทรวง กรม หรือหน่วยงาน ซึ่งข้าราชการไทยในปัจจุบันแบ่งตามประเภทได้ดังนี้

  • ข้าราชการพลเรือน สามารถแยกย่อยได้อีกเป็น ข้าราชการพลเรือนสามัญ และข้าราชการพลเรือนในพระองค์
  • ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
  • ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
  • ผู้สอนในหน่วยงานการศึกษา
  • ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา
  • บุคลากรทางการศึกษาอื่น
  • ข้าราชการฝ่ายทหาร
  • ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง
  • ข้าราชการตำรวจ
  • ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
  • ข้าราชการฝ่ายอัยการ
  • ข้าราชการรัฐสภา
  • ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง
  • ข้าราชการฝ่ายศาลรัฐธรรมนูญ
  • ข้าราชการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
  • ข้าราชการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
  • ข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร
  • ข้าราชการส่วนท้องถิ่น
  • ข้าราชการการเมือง

นอกจากนี้ยังมี  พนักงานอื่นของรัฐ แยกเป็น พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุขและลูกจ้างประจำ โดยข้าราชการทุกภาคส่วนยังได้รับสวัสดิการที่ดี และเป็นอาชีพที่มีเวลาทำงานที่แน่นอน มั่นคง มีบำเหน็จบำนาญเหมือนเดิม

จะเห็นได้ว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กลไกลทางระบบราชการของไทยด้านโครงสร้างมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพื่อปรับปรุง พัฒนาให้เข้ากับยุคสมัย โดยโดยมีแนวโน้มในการจัดโครงสร้างระบบราชการไทยให้มีขนาดเล็กลงและที่สำคัญคือพยายามกระจายบทบาทและอำนาจหน้าที่ไปยังองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบราชการเสมอมาและระบบราชการที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานกลับอยู่ในทิศทางที่ตรงกันข้าม คือยังมีการดำเนินงานล่าช้า ยึดติดอยู่กับระเบียบประเพณีในการปฏิบัติงาน แต่รัฐก็พยายามที่จะปรับปรุงระบบราชการให้มีความคล่องตัวขึ้น และมีโครงสร้างที่เล็กลง แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน อาชีพรับราขการยังครองใจใครหลาย ๆ คน ข้อดีของข้าราชการยังโดดเด่นเหมือนเดิมในเรื่องของสวัสดิการต่าง ๆ ความมั่นคงและความก้าวหน้าในอาชีพ เรียกได้ว่า ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ข้าราชการไทยยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก