ขุมพลังจากคำสอนพ่อ ตลอดการครองราชย์กว่า 70 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชหรือในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคน ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการพัฒนาในด้านอื่น ๆ ซึ่งข้าราชการก็เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติ เพราะข้าราชการเป็นเสมือนข้อต่อระหว่างรัฐบาลและประชาชน เป็นตัวกลางที่หนุนนำนโยบายของรัฐสู่ประชาชนทุกชนชั้น สอบดีดีขอนำข้อคิด คำสอนอันเป็นประโยชน์ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานแก่ข้าราชการในวันข้าราชการพลเรือน คำสอนเหล่านี้เป็นดั่งขุมพลังที่ยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้ประกอบอาชีพข้าราชการได้ตระหนักถึงหน้าที่ ภารกิจที่มีต่อประชาชนและแผ่นดินเกิด

ขุมพลังที่ 1 – ความรู้สามส่วนของข้าราชการ วิชาการ-ปฏิบัติการ-คิดอ่านตามเหตุผล

ตามความตอนหนึ่งของพระบรมราโชวาท ปีพุทธศักราช 2530 ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้มีพระราชดำรัสเรื่องความรู้ 3 ประการที่ข้าราชการพึงมี ว่า “ข้าราชการที่สามารถต้องมีความรู้ครบสามส่วน คือ ความรู้วิชาการ ความรู้ปฏิบัติการและความรู้คิดอ่านตามเหตุผลตามความเป็นจริง” เมื่อมีความรู้เหล่านี้แล้วก็จะช่วยให้การทำงานสำเร็จลุล่วง และนอกจากนั้นข้าราชการยังจะต้องมีจิตใจที่บริสุทธิ์จริงใจต่องาน และเพื่อนร่วมงาน ต้องมีความสงบหนักแน่น ทั้งกาย ใจ และคำพูด พระองค์ยังสอนให้ข้าราชการรู้จักสำรวจความบกพร่องของตนเองอยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้ความบกพร่องนั้นแผ่กิ่งก้านจนส่งผลเสียต่อทุกสิ่งอีกด้วย

ขุมพลังที่ 2 – การยึดมั่นเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

การจะเป็นข้าราชการที่ดีได้นั้นต้องยึดมั่นประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็ต้องมีคุณธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ได้มีพระบรมราโชวาท ปีพุทธศักราช 2539 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ว่า “การยึดมั่นในผลประโยชน์ของแผ่นดิน และความถูกต้องเป็นธรรม เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการเพราะการยึดมั่นดังกล่าว จะทำให้มีจิตใจมั่นคงเด็ดเดี่ยวในอันที่จะพากเพียรปฏิบัติหน้าที่ให้จนบรรลุผลสำเร็จ และสามารถป้องกันความผิดพลาดเสียหายอันจะเกิดแก่ตนแก่งานได้อย่างแท้จริง” ยิ่งข้าราชการมีความตั้งใจแน่วแน่ ยึดมั่นในความเป็นธรรม เห็นแต่ประโยชน์ส่วนรวม ก็จะทำให้จิตใจมั่นคงแน่วแน่มากขึ้นเท่านั้น และความเสียหายจากการล้มเหลวก็ย่อมแพ้ต่อความยึดมั่นนั้นอย่างแน่นอน

ขุมพลังที่ 3 – ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน

เป็นที่ทราบกันดีว่าข้าราชการต้องทำงานเพื่อประชาชน พวกเขาต้องไม่เห็นแก่ส่วนตนเป็นหลัก แต่ต้องคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมอันจะส่งผลดีต่อประเทศชาติ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เน้นย้ำเรื่องนี้หลายครั้ง เพื่อให้ข้าราชการได้ตระหนักและเข้าใจถึงหน้าที่และบทบาทของตนต่อการขับเคลื่อนประเทศ ข้าราชการผู้ปฏิบัติบริหารงานของแผ่นดิน จะต้องอุทิศตน เสียสละอย่างเต็มความสามารถในการปฏิบัติงานอย่างเที่ยงธรรมและถูกต้อง ดังความตอนหนึ่งของพระบรมราโชวาทในวันข้าราชการพลเรือน ปีพุทธศักราช 2543 ว่าข้าราชการต้องพึงระลึกรู้ตัวอยู่เสมอว่า “…การปฏิบัติตัวปฏิบัติงานของตนมีผลเกี่ยวเนื่องถึงประโยชน์ส่วนรวมของบ้านเมืองและของประชาชนทุกคน”

นอกจากนั้นในปีพุทธศักราช 2545 พระองค์ยังมีพระบรมราโชวาทว่า ในทางกลับกันถ้าหากข้าราชการไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งจะเกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมือง ไม่เกิดผลดีอันใด ดังนั้นแล้ว “ข้าราชการทุกคนจึงต้องทำงานทุกอย่าง ด้วยสติสำนึกถึงหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติเพื่อส่วนรวมอยู่เสมอ”

ขุมพลังที่ 4 – สามัคคีคือพลัง

ข้าราชการทุกคนก็เสมือนบุคคลที่ทำงานต่างพระเนตร พระกรรณของพระมหากษัตริย์ แม้ว่าจะอยู่ต่างตำแหน่ง ต่างหน้าที่ ทุกคนล้วนเป็นส่วนสำคัญในงานของบ้านเมืองทั้งสิ้น ตามพระบรมราโชวาท ปีพุทธศักราช 2546 ความว่า “ทุกคน ทุกฝ่าย จึงไม่ควรจะถือตัวแบ่งแยก หากต้องยกย่องนับถือ ให้เกียรติกัน สมัครสมาน ร่วมมือร่วมความคิดกัน ให้การปฏิบัติ บริหารงานของแผ่นดิน ดำเนินไปอย่างมีเอกภาพ และได้ผลที่พึงประสงค์สมบูรณ์ พร้อมทุกส่วน” สมานสามัคคีจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะการจะขับเคลื่อนประเทศให้เดินไปข้างหน้าไม่ได้อาศัยแต่สองมือสองเท้าของคนหนึ่งคน แต่ต้องอาศัยพลังความสามัคคีที่ผลักดันให้เกิดความสำเร็จได้

ขุมพลังที่ 5 – การทำงานให้สำเร็จต้องใช้ความรู้และปฏิสัมพันธ์

การจะทำงานหนึ่ง ๆ ให้สำเร็จ ประกอบด้วยการใช้ความรู้ความสามารถ แต่อีกประการหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นคือการทำงานร่วมกับผู้อื่น ยิ่งเป็นงานที่มีผลต่อส่วนรวมจำเป็นจะต้องประสานงานร่วมกับผู้อื่นด้วย ในหลวงได้มีพระบรมราโชวาทตอนหนึ่งที่ว่า “การทำงานให้สำเร็จขึ้นอยู่กับความสามารถสองอย่างเป็นสำคัญ คือสามารถในการใช้วิชาความรู้อย่างหนึ่ง สามารถในการประสานสัมพันธ์กับผู้อื่นอีกอย่างหนึ่ง ทั้งสองประการนี้ ต้องดำเนินคู่กันไป” ไม่เพียงเท่านี้ พระองค์ได้สอนเรื่องการทำงานที่อาจเกิดความขัดแย้ง ว่าถ้าหากเราให้เกียรติกัน รับฟังความคิดเห็น ไม่มีอคติต่อกัน นับถือกันด้วยความสุจริตใจ เหล่านี้จะช่วยให้บังเกิดแต่สิ่งดี ๆ ต่อไป

ขุมพลังจากคำสอนพ่อ เป็นพระมหากรุณาอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ได้ให้แนวทาง ข้อคิด โครงการต่าง ๆ มากมายให้แก่ปวงชนชาวไทย ไม่มีสิ่งใดที่จะตอบแทนน้ำพระทัยของพระองค์ได้ นอกจากการน้อมนำเอาสิ่งที่พระองค์ท่านทิ้งไว้มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต ปรับใช้ในการทำงาน ให้ขุมพลังของพระองค์สร้างแรงบันดาลใจในการทำเพื่อแผ่นดิน

ขอขอบคุณ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ